20 กุมภาพันธ์ 2553

รวมปัญหาด้านแผนที่

1. ความผิดพลาดของแผนที่ตัวเลขมีมาตรฐานอย่างไร

level 0 มาตราส่วน 1: 1 000 000 ความผิดพลาดทางราบ +/- 500 เมตร ทางดิ่ง +/- 30 เมตร

level 1 มาตราส่วน 1: 250 000 ความผิดพลาดทางราบ +/- 50 เมตร ทางดิ่ง +/- 30 เมตร

level 2 มาตราส่วน 1: 50 000 ความผิดพลาดทางราบ +/- 15เมตร ทางดิ่ง +/- 10 เมตร

2. พิกัดภูมิศาสตร์และพิกัด UTM ต่างกันอย่างไร

พิกัดภูมิศาสตร์คือพิกัดที่สำหรับอ้างอิงตำแหน่งที่กว้างไกล แต่พิกัด UTM ใช้สำหรับอ้างอิงตำแหน่งที่ไม่กว้างไกลนัก เพราะพิกัด UTM เป็นพิกัดบนพื้นราบ ถ้าพื้นที่กว้างมากจะเกิดข้อผิดพลาดทางตำแหน่ง จึงจำเป็นต้องมีการเปลี่ยน ZONE ฉะนั้นในกองทัพอากาศและกองทัพเรือจึงใช้ระบบพิกัดภูมิศาสตร์ เพราะพื้นที่ปฎิบัติการกว้างและไกลมาก ขณะที่กองทัพบกใช้ระบบ UTM เพราะพื้นที่ปฎิบัติการไม่กว้างไกลมากนัก

3. จะหาแผนที่ของต่างประเทศได้จากไหน

www.omnimap.com

4.จะหาซื้อแผนที่ของประเทศไทยได้ที่ไหน

แผนกบริการแผนที่ กรมแผนที่ทหาร ถนนกัลยาณไมตรี จะดีที่สุด และราคาถูกที่สุด โทร. 2228844

5.GPS มีค่าความถูกต้องทางราบเท่าไร

นับจากมีการยกเลิกสัญญาน SA ความถูกต้องในการรังวัดแบบ absolute เท่าที่มีการรายงานเป็นรายลักษณ์อักษรคือ ต่ำกว่า 10 เมตร และจากรายงานต่างประเทศคือประมาณ +/- 2-4 เมตรขึ้นอยู่กับชนิดของเครื่องมือ ส่วนแบบ DGPS มีความถูกต้องต่ำกว่า +/- 1 เมตร

6.เมื่อมีการยกเลิกสัญญาน SA


จะมีผลต่อเครื่อง GPS เดิมก่อนมีการยกเลิกสัญญาน SA ใหม

ตามข้อกำหนดเครื่อง GPS เดิมจะสามารถใช้งานได้ตามปกติ โดยไม่ต้องมีการ upgrade เครื่องมือ

7.จะหารายละเอียดทั้งข้อมูล โปรแกรม และความรู้ทางด้าน GIS ภาคภาษาไทยได้ที่ไหน

www.gistda.or.th

8.ขอทราบการใช้คำสั่ง GPS

โดยปกติ เราจะใช้คำสั่ง GPS ได้ เครื่อง GPS ต้องมีตัวเชื่อมต่อกับ RS232 (Interface) คำสั่งหรือข้อมูลที่ผ่านทาง RS232 จะอยู่ภายใต้มาตรฐานของ NMEA ซึ่งปัจจุบันมาตรฐานของเครื่อง GPS จะอยู่ในรูปแบบ NMEA 0183 เป็นลักษณะข้อความภาษา Ascii ทำให้เราสามารถรู้ข้อความหรือคำสั่งได้โดยง่าย ฉะนั้นการเขียนโปรแกรมให้รับ NMEA 0183 จึงง่าย ทำให้ปัจจุบัน มีโปรแกรมประเภท นำทาง โดยมี GPS ติดกับรถยนต์และมีคอมพิวเตอร์ตัวเล็กๆ แสดงผลบนแผนที่ตัวเลขทำให้เราไม่หลงทาง
ตัวอย่างคำสั่ง NMEA 0183

GLL,2028.1678,N,09918.2884,E,120000,A

คือ GLL = geographic location
2028.1678 = latitude ที่ 20 องศา 28.1678 ฟิลิบดา
N = เหนือ
09918.2884 = longtitude ที่ 99 องศา 18.2884 ฟิลิปดา
E = ตะวันออก
120000 = เวลาที่รับสัญญาน
A = checksum

ยังมีคำสั่งอีกมาก ของ NMEA 0183 เช่น RMC หารายละเอียดได้จาก www.kh-gps.de/nmea-faq.htm

9. มีเทคโนโลยี่ ใหม่อะไรบ้างที่นอกจาก ดาวเทียม

เรดาห์ ซึ่งมีตัวส่งคลื่นในระบบ ทำให้ไม่ต้องพึ่งพลังงานจากดวงอาทิตย์ ทำให้สามารถบินสำรวจได้ในเวลากลางคืนและไม่จำเป็นต้องถ่ายในลักษณะเครื่องบินอยู่แบบดิ่งจริง
นอกจากจะผลิตภาพถ่ายได้แล้วยังสามารถคำนวณหาระดับสูงของพื้นดินเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง แต่ปัจจุบันคุณภาพภาพถ่ายยังสู้ภาพถ่ายทางอากาศและภาพถ่ายดาวเทียมไม่ได้

Hypersprectrum ภาพภ่ายแบบมากช่วงคลื่นที่จะทำให้ภาพในช่วงคลื่นต่างที่ถี่ย่อยมาก ทำให้สามารถตีความหรือแปลความได้ดีขึ้น

ทั้งสองระบบเริ่มมีการนำมาใช้ด้านพาณิชย์มากขึ้น แต่ควรฟังหูไว้หู เพราะยังเป็นเทคโนโลยี่ ที่ยังต้องผ่านการพิสูจน์อีกยาวนาน

10ความละเอียดของดาวเทียมมีความหมายว่าอย่างไร

ความละเอียดของดาวเทียมหมายถึงใน 1 จุดภาพหรือ 1 pixel สามารถแทนรายละเอียดของพื้นโลกในขนาดเท่าใด เช่นดาวเทียม spot มีความละเอียด 10 เมตร หมายถึงจุดภาพ 1 จุดภาพแทนรายละเอียดผิวโลกขนาด 10 x 10 เมตร ฉะนั้นถ้าวัตถุใดบนผิวโลกที่มีขนาดน้อยกว่า 10 เมตร จะถูกแทนที่ด้วยวัตถุที่มีขนาดใหญ่สุดบนบริเวณนั้น หรือในความหมายง่ายๆ คือ วัตถุที่มีขนาดน้อยกว่า 10 เมตรจะไม่สามารถมองเห็นได้ ยกเว้นจะมีขนาดใหญ่สุดในบริเวณ 10 x 10 เมตรนั้น

11.ภาพถ่ายทางอากาศมีความคลาดเคลื่อนอะไรบ้าง ซึ่งเมื่อขจัดแล้วจะเป็นแผนที่ภาพถ่ายได้เลย

มีความคลาดเคลื่อน 2 อย่างคือ
1.ความคลาดเคลื่อนของการเอียงของกล้องขณะบินถ่าย ภาพถ่ายที่ขจัดความคลาดเคลื่อนนี้เรียกว่า ภาพ rectify ใช้แทนแผนที่ได้ถ้าบริเวณนั้นเป็นพื้นราบ
2.ความคลาดเคลื่อนเนื่องจากความสูงหรือ relief displacement ความคลาดเคลื่อนนี้จะเกิดขึ้นบริเวณภูเขาสูง และจะมีค่าน้อยมากบริเวณกลางภาพถ่ายทางอากาศ และสามารถลดค่าได้เมื่อถ่ายภาพบริเวณที่มีความสูงบินมากๆ
ภาพถ่ายที่ขจัดความคลาดเคลื่อนทั้งสองอย่างเรียกว่า ภาพ orthophoto

12.จะหาโปรแกรมด้าน GIS ที่เป็น freeware ได้ที่ไหน

freegis.org

13.ช่วยแนะนำโปรแกรมGIS ที่น่าสนใจ

GRASS เป็น freeware ที่วิ่งบน ระบบปฎิบัติการ LINUX และกำลังจะพัฒนาลง Windows ในเร็วๆนี้ ถูกพัฒนาโดยทุนวิจัยของทางกองทัพสหรัฐอเมริกา เป็นopen system ที่ทำให้พวกมีความรู้พัฒนาเพิ่มเติมความสามารถขึ้นมาเรื่อยๆ ภายใต้ GNU ซึ่งผู้พัฒนาพัฒนาแล้วต้องเผยแพร่และไม่คิดค่าลิขสิทธิ์ เป็นระบบ raster GIS แต่สามารถแสดงผล vector แต่เวลานำมาวิเคราะห์ต้องแปลงเป็น raster ก่อน

14.สถานะของหมุดหลักฐาน GPS ในประเทศไทย

กรมแผนที่ทหารได้เริ่มสำรวจและวางหมุดหลักฐานโดยวิธีการ GPS ตั้งแต่ปี 2534 ปัจจุบัน ได้วางหมุดหลักฐานGPS ในลักษณะเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ ไปเป็นจำนวน600 กว่าหมุด และได้จัดเก็บข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับหมุดหลักฐานในลักษณะ CD-ROM ในลักษณะข้อมูลสาระสนเทศทางภูมิศาสตร์(GIS) ให้บริการแก่หน่วยราชการ

15.หมุดหลักฐานคืออะไร

หมุดหลักฐานในประเทศไทยที่สำคัญ มีอยู่ 2 ประเภท คือหมุดหลักฐานทางดิ่ง และหมุดหลักฐานทางราบ หมุดหลักฐานทางดิ่ง คือหมุดหลักฐานที่ให้ค่าความสูงเหนือระดับน้ำทะเลปานกลางที่เกาะหลัก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่วนหมุดหลักฐานทางราบคือหมุดหลักฐานที่ให้ค่าพิกัดทางราบ (latitude ,longtitude) ก่อนนี้การหาค่าของหมุดหลักฐานทางราบใช้การสำรวจโดยวิธีการ งานสามเหลี่ยม และวงรอบ ปัจจุบันได้เปลี่ยนมาใช้วิธีการทาง GPS โดยวิธีการ รังวัดแบบสัมพันธ์(relative)

16.หมุดหลักฐานมีความสำคัญอย่างไร

เป็นสิ่งที่ประกันความถูกต้องของแผนที่ และงานทางด้านวิศวกรรม เพราะ งานเหล่านี้ต้องนำค่าจากหมุดหลักฐานเพื่อออกงาน ฉะนั้นถ้าค่าที่ได้จากหมุดหลักฐานมีความถูกต้องไม่เพียงพอ งานเหล่านั้นก็จะได้รับความเสียหายตามไปด้วย ปัจจุบัน ผู้คนมักไม่ค่อยเห็นความสำคัญของหมุดหลักฐาน มักมีการทำลาย ทำให้ กรมแผนที่ทหารต้องเสียทั้งเงินและเวลาในการซ่อมแซมหมุดหลักฐานเหล่านั้น

17. DATUM คืออะไร


18.WGS84 คืออะไร

เนื่องจาก แต่ละประเทศหรือแต่ละภูมิภาศภายในโลกเรานี้ ใช้ ลูกโลกสมมุติ(ellipsoid)แทนลูกโลกจริงไม่เหมือนกัน ทำให้เกิดปัญหาเวลานำแผนที่มาต่อกัน สหรัฐอเมริกาเลยเป็นผู้นำให้ทั่วโลกใช้ลูกโลกสมมุติตัวดียวกันคือลูกโลกสมมุติที่ชื่อว่า WGS84 คือลูกโลกสมมุติที่ได้มาจากการสำรวจด้วยดาวเทียมฉะนั้น แผนที่ของโลกเราก็ใช้ระบบเดียวกัน ไม่มีปัญหาเรื่องการเชื่อมต่อกัน และค่าพิกัดที่ได้จากการสำรวจด้วย GPS ก็ใช้ WGS84

19. แหล่งความรู้ด้าน GPS ตลอดจนการวิจัยการใช้ประโยชน์จาก GPS ที่เป็นภาษาไทยหาได้จากที่ไหน

เชิญท่าน ผู้รู้ อื่นๆ ช่วยให้คำแนะนำด้วยครับ และถ้าต้องการเผยแพร่ attach file มาให้ผมด้วยผม จะนำเผยแพร่ให้ครับ แต่ถ้าเป็นภาษาอังกฤษหาอ่านได้ครับจาก www.gpsworld.com

20. การแสดงลักษณะภูมิประเทศในลักษณะตัวเลขสามารถแสดงหรือจัดเก็บในรูปลักษณะใด

สามารถแสดงหรือจัดเก็บได้ 3 ลักษณะคือ
1.ในลักษณะเส้น contour
2.ในลักษณะช่องตารางรูป matrix หรือ regular square การจัดเก็บแบบนี้ค่าจุดความสูงจัดถูกจัดเก็บในระยะห่างเท่ากันทั้ง การเก็บลักษณะนี้อาจเรียกอีกแบบว่า DTM (Digital Terrain Model) หรือ DEM(Digital Elevation Model)
3.ในลักษณะของรูปสามเหลี่ยมที่มีรูปไม่คงที่(Iregular) การจัดเก็บจะเป็นการเชื่อมโยงเส้นให้อยู่ในลักษณะสามเหลี่ยมการเก็บลักษณะนี้อาจเรียกว่า TIN(Triangulation Iregular Network)

21.ปัจจุบันนิยมจัดเก็บและเผยแพร่ข้อมูลภูมิประเทศตัวเลขอยู่ในลักษณะใด

ในลักษณะช่องตารางรูป matrix หรือ DTM เช่นในสหรัฐอเมริกา ถ้าเป็นหน่วยพลเรือน หน่วยงานที่จัดทำและเผยแพร่คือ USGS ข้อมูลจะมีชื่อเป็นทางการคือ DEM ถ้าเป็นทางทหาร หน่วยงานที่จัดทำเผยแพร่คือ NIMA ข้อมูลจะมีชื่อเป็นทางการว่า DTED

22. มาตรฐานของข้อมูลความสูงภูมิประเทศตัวเลข(DTM)มีอย่างไร

Level 0 มาตรส่วน 1: 1 000 000 ระยะห่างระหว่างจุดความสูงประมาณ 1 กม.(.0083 องศา) ความถูกต้องทางดิ่ง +/- 30 เมตร
Level 1 มาตรส่วน 1: 250 000 ระยะห่างระหว่างจุดความสูงประมาณ 90 เมตร(.00083 องศา) ความถูกต้องทางดิ่ง +/- 30 เมตร
Level 2 มาตรส่วน 1: 50 000 ระยะห่างระหว่างจุดความสูงประมาณ 30 ม.(1 ฟิลิบดา) ความถูกต้องทางดิ่ง +/- 10 เมตร

18 กุมภาพันธ์ 2553

ไอซีทีเปิดตัวเว็บไซต์เตือนภัยพิบัติ

นายวิริยะ มงคลวีระพันธ์ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวว่า กระทรวงไอซีที ได้เปิดเว็บไซต์ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติภายใต้แนวคิดมั่นใจ ปลอดภัย ฉับไว เตือนภัยกับ www.ndwc.go.th เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลแบบเจาะลึก ทุกความเคลื่อนไหวของภัยพิบัติทุกชนิดที่เกิดขึ้นทั่วโลกรวมทั้งจะช่วยแจ้งเตือนภัยพิบัติที่เกิดขึ้นทั่วทุกภาคส่วนของประเทศไทย รวมทั้งการเกิดภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในต่างประเทศที่อาจจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทย

"เว็บไซต์เตือนภัยจะมีการอัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับภัยพิบัติทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมงรวมทั้งจะมีการแจ้งเตือนภัยอย่างต่อเนื่อง และจะเป็นการสร้างการเตือนภัยในรูปแบบชุมชนออนไลน์อีกด้วย'"

นอกจากแจ้งเตือนผ่านเว็บไซต์แล้วยังจะมีการแจ้งเตือนด้วยข้อความสั้น (SMS) ผ่านมือถือได้อีกด้วยโดยประชาชนที่สนใจสามารถพิมพ์ u ndwc บนมือถือ แล้วส่งข้อความไปยังหมายเลข 4849333 จากนั้นจะมี SMS ตอบรับการเป็นสมาชิกกลับมาหลังจากนั้นสมาชิกจะได้รับ SMS เตือนภัยเช่นเดียวกับบนเว็บไซต์ทุกครั้งที่จะเกิดภัยพิบัติในแต่ละภูมิภาคหรือทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติในต่างประเทศ

ทั้งนี้ ศูนย์เตือนภัยต้องการให้เว็บไซต์นี้เป็นแหล่งข้อมูลด้านภัยพิบัติทุกประเภท รวมทั้งเป็นการเปิดช่องทางสื่อสารในการเฝ้าระวังภัยในลักษณะรูปแบบชุมชนออนไลน์ โดยภายในเว็บไซต์จะมีการอัปเดตข้อมูลและสถานการณ์ด้านภัยพิบัติอย่างทันท่วงที ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินหรือเกิดเหตุการณ์ที่เข้าข่ายต้องแจ้งเตือนให้กับประชาชน

สำหรับทิศทางการทำงานของศูนย์เตือนภัยในปีหน้า ในวันนี้ (14 ธ.ค.) จะมีการลงนามในสัญญาเกี่ยวกับโครงการติดตั้งทุ่นลอยน้ำลึกเพื่อตรวจสอบหาคลื่นสึนามิอีก 2 ทุ่นในทะเลฝั่งอันดามันจากเดิมมีแล้ว 1 ทุ่นซึ่งสหรัฐอเมริกาบริจาคให้ นอกจากนี้ยังมีโครงการติดตั้งหอเตือนภัยเพิ่มเติมในพื้นที่ 6 จังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามัน และบริเวณฝั่งอ่าวไทยและทะเลตะวันออกเพื่อให้สามารถเตือนภัยได้ครบถ้วนทุกภัยพิบัติ

ทีมา

http://www.bangkokgis.com/modules.php?m=newsupdate_b&op=detailnewsupdate&NUID=97

17 กุมภาพันธ์ 2553

Kohjinsha ที่พี่เค้าไปฝึกงานมา...


KOHJINSHA Ultra Mobile PC ใหม่ ชีวิตอิสระไร้ขีดจำกัด...ในมือคุณ
เหมือนรวมทั้ง notebook และ tablet ไว้ในเครื่องขนาด mini เครื่องเดียว

Ultra-Mobile PC เป็นคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่สมบูรณ์แบบที่สุด โดย Ultra-Mobile PC ใช้ซอฟท์แวร์เวอร์ชั่นเต็มของระบบปฏิบัติการ Windows XP และ Vista และอาจจะมาพร้อมกับเวอร์ชั่นเต็มของแอพพลิเคชั่นของซอฟท์แวร์ของ Microsoft ต่างๆ ซึ่งเป็นที่นิยมกันเช่น Office ซึ่งรวมถึง Word, Excel, PowerPoint และ Outlook

Ultra Mobile PC ถือเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เคลื่อนที่รูปแบบใหม่ซึ่งอยู่ตรงกลางระหว่างเครื่อง Tablet PC ขนาดใหญ่และเครื่อง PDA Phone ขนาดเล็ก

ด้วยประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุดสำหรับซอฟท์แวร์ของระบบปฏิบัติการ Windows vista ทำให้ Ultra Mobile PC ทำงานได้เหนือกว่าอุปกรณ์ PDAPhone ซึ่งเล็กกว่า และใช้ระบบปฏิบัติการ Windows Mobile ที่จำเป็นต้องอาศัยผู้พัฒนาซอฟท์แวร์เพื่อสร้างซอฟท์แวร์เพื่อการใช้งานสำหรับจอขนาดที่เล็กลงและระบบ Windows Mobile เบื้องต้น


Ultra Mobile PC นั้นไม่ใช่ทั้งคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะและไม่ใช่เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค หากแต่เป็นคอมพิวเตอร์ที่สามารถพกติดมือได้ตลอดเวลา ทั้งด้วยขนาดที่เล็กและน้ำหนักที่เบา ทำให้คุณสามารถพกพาไปที่ใดก็ได้เช่นเดียวกับการพกหนังสือเล่มหนึ่งแล้วเดินไปมาได้ตามต้องการ และด้วยจอแบบ Touch screen ทำให้การใช้งานไม่ว่าจะแบบที่ง่ายดายหรือซับซ้อนเป็นไปได้ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส

สำหรับการเชื่อมโยงกับเครือข่ายอินเตอร์เน็ตนั้นก็ง่ายและสะดวกเช่นกัน ด้วย Internet Explorer หรือเว็บบราวเซอร์อื่นๆ คุณก็สามารถเข้าถึงพื้นที่ที่มี Wi-Fi hotspots การ์ดข้อมูลแบบ 3G หรือแม้แต่ใช้โทรศัพท์มือถือที่เชื่อมต่อกับ Bluetooth ในการท่องไปในโลกอินเตอร์เน็ต และสำหรับการส่งอีเมลล์ ดาวน์โหลดหรืออัพโหลดไฟล์ทั้งภาพและเสียง หรือการส่งข้อความโดยทันที (Instant Messaging) ทั้งหมดนั้นเป็นไปได้ด้วยเครื่อง Ultra Mobile PC ซึ่งให้การเชื่อมต่อแบบไร้พรมแดนที่รวดเร็วได้ในทุกที่ที่คุณไป

เช่นเดียวกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบพกพาอื่นๆ Ultra Mobile PC สามารถเป็นที่ทำงานของคุณในขณะเดินทางได้ เพียงแค่คุณซิงค์เครื่อง Ultra Mobile PC กับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้านหรือที่ทำงานก็สามารถนำเอาเอกสาร ตารางข้อมูล ไฟล์ภาพและเสียง อีเมล์ ปฏิทิน และข้อมูลในการติดต่อผู้คนต่างๆ เดินทางไปกับคุณด้วยได้ นอกจากนั้น คุณยังสามารถเล่นเกมส์ในระหว่างเดินทางเพื่อความบันเทิงที่เพิ่มเป็นทวีคูณได้อีกด้วย

สำหรับข้อมูลจำเพาะทางเทคนิค เครื่อง Ultra Mobile PC นั้นมีจอแสดงผล LCD ขนาด 7 นิ้ว (ประมาณ 18 ซม.) พร้อมความละเอียดต่ำสุด 800x480 การใช้งานสามารถทำได้โดยผ่านจอ Touch screen ซึ่งมีคีย์บอร์ดปรากฏอยู่ ส่วนระบบปฏิบัติการคือ Windows vista ซึ่งทำให้คุณสามารถใช้งานทุกๆ แอพพลิเคชั่นและอื่นๆ ที่คุณโปรดปรานได้ ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ มาพร้อมกับน้ำหนักเพียง 2 ปอนด์หรือเพียงประมาณไม่ถึง 1 กิโลกรัมเท่านั้น

เครื่อง Ultra Mobile PC พร้อมระบบปฏิบัติการ Windows vista นั้นมาพร้อมกับจอสี TFT ซึ่งคุณสามารถขีดเขียนและวาดภาพได้ด้วยปากกา Stylus ซึ่งติดมากับเครื่อง เครื่อง Ultra Mobile PC เหล่านี้นั้นใช้ระบบจอสัมผัสซึ่งหมายความว่าคุณสามารถใช้ปากกาหรือแม้แต่นิ้ว หรือวัตถุใดๆ ที่คล้ายคลึงในการเขียนหรือชี้ไปที่ไอคอนบนหน้าจอ โดยการทำงานของเครื่อง Ultra Mobile PC ก็จะคล้ายคลึงกับเครื่อง Wacom Digitizer (กราฟิก) โดยคุณเพียงปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับหน้าจอแทนที่จะใช้อุปกรณ์ที่เป็นสื่อกลาง นอกจากนั้น คุณยังสามารถใช้ปากกา Stylus ซึ่งทำหน้าที่เช่นเดียวกับเมาส์ในการชี้ไปที่หน้าจอ คลิกปุ่ม ทำเครื่องหมายเพื่อเน้นข้อความต่างๆ หากคุณไม่พึงพอใจกับการใช้งาน Trackpad และแท่งยางลบที่มาพร้อมกับสมุดจด คุณอาจจะหลงใหลในปากกา Stylus ที่ควบคู่มากับเครื่อง Ultra Mobile PC ก็เป็นได้

เหตุผลอีกประการหนึ่งที่ทำให้เครื่อง Ultra Mobile PC นั้นน่าสนใจสำหรับผู้ใช้ก็คือแอพพลิเคชั่นซึ่งสนับสนุนการทำงานของหมึกแบบดิจิตอล ด้วย Microsoft Office 2003 & 2007 และOneNote 2003 & 2007 ทำให้คุณสามารถเขียนเพื่อใส่ข้อมูลลงไปในเครื่องได้ ดังนั้นคุณจึงสามารถเขียนข้อมูลลงในเซลล์ของโปรแกรม Excel เขียนด้วยลายมือและทำหมายเหตุประกอบลงเอกสารในโปรแกรม Word วงกลมหรือทำเครื่องหมายเน้นจุดต่างๆ เมื่อนำเสนอด้วย PowerPoint และอื่นๆ ได้อีกมากมาย ยิ่งไปกว่านั้น Office 2003 & 2007 ยังช่วยให้คุณสามารถเขียนตามคำบอกหรือให้เครื่องอ่านเอกสารด้วยเสียงให้คุณฟังได้ โดยฟังก์ชันดังกล่าวนั้นจะสามารถทำงานได้ก็ต่อเมื่อมีไมโครโฟนและลำโพงสำหรับการสั่งด้วยเสียง (Voice Command) อยู่ในตัวเครื่อง

OneNote
เป็นแอพพลิเคชั่นที่ยอดเยี่ยมซึ่งทำให้คุณสามารถจัดเก็บโฟลเดอร์มากมายซึ่งเต็มไปด้วยโน้ตที่มีการจดบันทึกด้วยลายมือสำหรับโปรเจคที่คุณกำลังทำอยู่ โดยโปรแกรม OneNote ดังกล่าวถือเป็นซอฟต์แวร์ที่เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายสำหรับคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฎิบัติการ XP ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะเดินทางไปที่ใด Ultra-Mobile PC ก็สามารถให้ประสิทธิภาพในการใช้งานได้เช่นเดียวกับ Windows XP

เครื่อง UMPC เหมาะกับผู้ใช้งานประเภทใด?

เครื่อง UMPC นั้นเหมาะกับผู้ใช้ประเภทใดและเหมาะสำหรับการใช้งานในลักษณะใด? คำตอบคือเหมาะสำหรับผู้ใดก็ตามที่ไม่ต้องการที่จะแบกเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คไปมาเพียงเพื่อจะเข้าชมเว็บต่างๆ ส่งอีเมลล์ เปิดโปรแกรมเอกสาร Microsoft Office และเล่นเกมส์ทั่วๆ ไป ยิ่งไปกว่านั้น เครื่อง UMPC นั้นยังเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยพึงพอใจกับการใช้งานปุ่มควบคุมลูกศรบนหน้าจอ (Touch pad) หรือแท่งสำหรับลบข้อมูลเท่าใดนักเนื่องจากเครื่อง UMPC สามารถให้อิสระแก่คุณอย่างเต็มที่ในการใช้เพียงนิ้วมือหรือปากกา Stylus ในการเดินทางของคุณไปบนหน้าจอที่ไร้ขีดจำกัด
หากว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการความสะดวกสบายในการพกพา แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญกับปัญหาที่เกิดจากการที่เครื่อง PDA นั้นไม่สามารถตอบโจทย์สำหรับทุกความต้องการในการใช้งานของคุณได้ อีกทั้งคุณยังต้องการที่จะมีห้องสมุดเพลงและภาพยนตร์ที่จะคอยให้ความเพลิดเพลินกับคุณในระหว่างการเดินทางพร้อมกับต้องการที่จะวาดภาพร่างหรือสร้างงานศิลปะแบบดิจิตอลลงบนหน้าจอ เครื่อง UMPC ก็นับได้ว่าเป็นคำตอบสุดท้ายที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับคุณ

และหากว่าคุณต้องการประสิทธิภาพการใช้งานในแบบของระบบปฏิบัติการ Windows XP แต่มีข้อแม้ว่าน้ำหนักของเครื่องจะต้องไม่มากไปกว่า 990 กรัม ซึ่งเรียกได้ว่าไม่ต้องการให้ใหญ่ไปกว่าหนังสือหนึ่งเล่มซึ่งหุ้มด้วยปกกระดาษแข็ง เครื่อง UMPC ก็เป็นเสมือนเพื่อนคู่กายที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างคุณในทุกๆ การเดินทาง

เครื่อง UMPC นี้มีไว้สำหรับผู้ใช้ในแบบใด?

เครื่อง UMPC เป็นเสมือนหัวใจแห่งวิถีชีวิตในแบบ “Ultra Mobile” ของคุณ
วิถีชีวิตแบบ “Ultra Mobile” หมายถึงการที่ผู้คนสามารถทำในทุกสิ่งที่พวกเขาต้องการได้โดยมีอุปกรณ์ที่มีฟังก์ชั่นการทำงานแบบเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้ โดยสามารถพกพาทั้งสองสิ่งนี้ไว้ในกระเป๋าไม่ว่าจะเดินทางไปที่ใด ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะกำลังมุ่งหน้าไปยังที่ใด ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน ที่ทำงาน หรือไปเที่ยวในวันหยุดพักผ่อน ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด โดยอาจจะเป็นโดยรถไฟ รถประจำทาง รถไฟใต้ดิน รถยนต์ เครื่องบินหรือแม้แต่ด้วยการเดิน และไม่ว่าคุณจะกำลังทำอะไร กำลังทำงาน เดินทางไปท่องเที่ยว ออกกำลังกาย เรียนหนังสือ สนุกกับงานปาร์ตี้ พักผ่อนหย่อนใจ เดินช็อปปิ้งหรือรับประทานอาหาร คุณก็จะยังสามารถเชื่อมต่อ ได้รับข้อมูลข่าวสาร ได้รับความบันเทิง และสามารถผลิตผลงานส่วนตัวได้ในทุกเวลาและทุกสถานที่ในโลกใบนี้ เครื่อง UMPC จึงเป็นเทคโนโลยีที่ให้อิสรภาพแด่คุณในการที่จะสนุกและเพลิดเพลินกับวิถีชีวิตแบบ “Ultra Mobile” ได้อย่างแท้จริง


ที่มา http://www.kohjinsha.co.th/what_umpc_p01.html

16 กุมภาพันธ์ 2553

หนังสือคู่มือโปรแกรม SKETCHUP

สามารถหาได้จากร้านหนังสือ

http://www.se-ed.com/eShop/

อยู่ในหมวดของหนังสือประเภท กราฟิก+มัลติมีเดีย+พิมพ์ นะคะ

โคตรเพชรบนยูเรนัสและเนปจูน

รายงานโดย: วิมุติ วสะหลาย

อยากเจอเพชรเป็นตัน ๆ ไหม?
ไปอยู่บนดาวยูเรนัสหรือดาวเนปจูนสิ
ณ ห้องทดลองแห่งชาติลอเรนซ์ลิเวอร์มอร์ นักวิทยาศาสตร์ได้ทดลองยิงเลเซอร์กำลังสูงไปยังเพชรขนาดกว้าง 2 มิลลิเมตร หนา 0.5 มิลลิเมตร การยิงนี้ทำให้ความร้อนพุ่งขึ้นสูงถึง 110,000 เคลวิน และมีความดันถึง 4,000 กิกะปาสคาลหรือ 40 ล้านเท่าของความดันปกติที่ผิวโลก
ปฏิบัติการนี้เป็นผลงานของคณะนักวิทยาศาสตร์นำโดย โจน เอกเกิร์ต เป็นการทดลองเพื่อศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับจุดหลอมเหลวของเพชร ซึ่งเป็นวัสดุที่แข็งที่สุดในธรรมชาติ และยังอาจช่วยไขปริศนาเรื่องทิศทางสนามแม่เหล็กที่แปลกประหลาดของดาวยูเรนัสและดาวเนปจูนได้อีกด้วย
จากการทดลองพบว่า ขณะที่ความดันลดลง อุณหภูมิจะสูงขึ้น ซึ่งแปลความได้ว่ามีพลังงานส่วนหนึ่งถูกใช้ไปในการทำละลายเพชร การทดลองนี้สามารถวัดอุณหภูมิและความดันของเพชรขณะที่หลอมเหลวบางส่วนได้ในช่วงกว้างตั้งแต่ 6-11 ล้านบรรยากาศ ในช่วงความดันนี้เพชรแสดงพฤติกรรมคล้ายกับน้ำซึ่งส่วนที่เป็นของแข็งมีความหนาแน่นน้อยกว่าส่วนที่เป็นของเหลว แต่ในการทดลองนี้แทนที่จะเป็นน้ำแข็งลอยบนน้ำกลับเป็นก้อนเพชรขนาดจิ๋วลอยอยู่บนคาร์บอนเหลว
นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่า สภาพความดันสูงที่ทำให้เพชรแสดงพฤติกรรมน่าสนใจเช่นนี้อาจเกิดขึ้นในดาวเคราะห์ยักษ์อย่างดาวเนปจูนและดาวยูเรนัสก็ได้
"อาจเป็นไปได้ว่าที่นั่นอาจมีแกนดาวที่เป็นคาร์บอนเหลวและมีเพชรลอยปริ่มอยู่บนนั้นเหมือนกับภูเขาน้ำแข็งที่ลอยอยู่ในทะเลบนโลก" เอกเกิร์ตอธิบาย
มหาสมุทรเพชรที่ไหลวนอยู่ในแกนของดาวเคราะห์นี้อาจอธิบายปริศนาที่มีมาอย่างยาวนานข้อหนึ่งได้ นักดาราศาสตร์สงสัยมาเป็นเวลานานแล้วว่า เหตุใดขั้วแม่เหล็กของดาวเคราะห์น้ำแข็งยักษ์เช่นยูเรนัสและเนปจูนจึงทำมุมห่างจากขั้วการหมุนของดาวมากถึง 60 องศา สนามแม่เหล็กของดาวเคราะห์เกิดขึ้นจากการไหลอันซับซ้อนของของเหลวในบริเวณนำไฟฟ้าของดาวเคราะห์ และเพชรก็สามารถเบี่ยงเบนเส้นแรงแม่เหล็กจนขั้วแม่เหล็กเลื่อนเหลื่อมจากขั้วการหมุนดังที่พบจากการสำรวจก็ได้


ที่มา http://thaiastro.nectec.or.th/news/viewnews.php?newsid=21

Swiss Style Relief Shading

ประเทศสวิสเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านการทำแผนที่มานาน ความสงบและเยือกเย็นทำให้คนสวิสเป็นคนที่ทำอะไรด้วยความประณีต และแผนที่ในลักษณะแสดงความสูงด้วยแสงเงาหรือ ที่เรียกว่า Relief Shading ในแบบที่เป็นเอกลักษณและเป็นประเทศแรกที่คิดค้นวิธีการและทำให้ Swiss Style Relief Shading เป็นที่รู้จักและยอมรับในวงการการทำแผนที่

ลักษณะของ Swiss Style Relief Shading ที่ทำให้แผนที่ relief shading แห่งภูมิประเทศเป็นเขาเป็นเงาขึ้นมีลักษณะดังนี้

1.บริเวณที่เป็นภูเขา จะมีความสว่างอีกด้านจะมีเงาดำอีกด้าน เพื่อแสดงแนวเขา

2.บริเ วณที่เป็นพื้นราบจะมี โทนสีสว่างแต่ บริเวณพื้นราบตามแนวเขา โทนจะออกกลางๆ ขาวกับดำ ทำให้มองเห็น ที่ราบตามแนวเขาได้ชัดเจน

3.บริเวณยอดสูงสุดของเขา จะมีความแตกต่าง(Contrast) สูงกว่าบริเวณที่ไม่ใช่ยอดเขา

หลักการนี้ ได้ถูกคิดค้นโดยศาสตราจารย์ Fridorin Becker (1854-1922) และผู้ที่ทำให้เกิดผลอย่างมากมายคือ Eduard lmhof (1895-1986) ลองมาดูตัวอย่างrelife shading map ซึ่งถูกจัดทำโดย Becker ปี 1889 ดูนะคะ






ภาพจาก http://www.reliefshading.com/history/pictures/becker_glarus.jpg

ลองดูภาพแล้ว ดูข้อกำหนด ในข้อ 1-3 จะเห็นได้ว่า เมื่อใช้ข้อกำหนดเหล่านั้น จะทำให้แผนที่เห็นทรวดทรงได้ดียิ่งขึ้น

สมัยนั้นเทคนิคการพิมพ์ยังใช้วิธีการที่เรียกว่า chromolithography ที่เป็นการพิมพ์สีได้ ทำให้การพิมพ์แผนที่ในลักษณะนี้ต้องมีความแม่นยำ มิฉะนั้นจะเกิดสีเหลื่อมขึ้นได้(ปัจจุบัน พัฒนาเป็นระบบพิมพ์แบบ Offset)

ปัจจุบันเทคนิคการทำ relief shading ก็พัฒนามาตามลำดับแต่ก็คงใช้หลักการของ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์นั่นเอง เทคนิึคปัจจุบันได้อาศัยโปรแกรมทางคอมพิวเตอร์ แล้วนำไปซ้อนกับแผนที่ ปรับการมองเห็นหรือ opaque ให้มองเห็นส่วนที่เป็นแสงเงา วิธีการที่น่าจะเป็นตัวอย่าง ได้ก็คือการใช้โปรแกรม photoshop มาปรับ วิธีการทำอย่างไร อ่านได้จาก http://www.shadedrelief.com/shading/Swiss.html

15 กุมภาพันธ์ 2553

Geoinformatics and Cartography

ในห้วงระยะเวลาที่ผ่านมา การเรียนการสอนที่เกี่ยวกับภูมิสารสนเทศ เราจะเกี่ยวกับ เทคโนโลยี 3 S คือ GIS , Remote sensing และ GPS แต่การนำเสนอในรูปแบบผลการวิเคราะห์ในรูปแบบแผนที่ ซึ่งอาจจะเป็นแผนที่กระดาษ หรือแผนที่ในเครือข่ายอินเตอร์เนทในรูปแบบ interactive map เราจะไม่ค่อยมีการสอนกัน



Geoinformatics คือภูมิสาระสนเทศ ส่วน Cartography คือวิชาว่าด้วยการเขียนแผนที่ ทั้งสองวิชาเป็นส่วนที่เสริมซึ่งกันและกัน โดยถ้าแผนที่มีลักษณะโต้ตอบกับผู้ใช้เราก็เรียกว่า Mutimedia Cartography หรือ Interactive Map ขณะที่แผนที่กระดาษเราจะเรียกว่า Static map

หลายปีที่ผ่านมา ก็เป็นอาจารย์สอนวิชา Mutimedia Cartography ซึ่งจะเน้นหนักไปทางด้านของ Interactive map บนเครือข่าย Internet เทคโนโลยีของ สามมิติ ตลอดจน การบริการแผนที่ทางInternet หรือ WMS และ WFS

มีลูกศิษย์หลายคนที่เรียนวิชาด้าน Geoinformatic มาปรึกษาด้านการทำวิทยานิพนธ์ หลายคนและก็แนะนำให้ทำด้าน Mutimedia Cartography แต่อาจารย์ที่ปรึกษามักจะบอกว่า ไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งไม่ค่อยเห็นด้วยนัก เพราะโลกก้าวหน้า บางทีเราต้องยอมเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เสียบ้าง

เผอิญปีนี้ เข้าร่วมการประชุม ICC2009 มีการนำเสนอหลักสูตร Geoinformatics and Cartography ซึ่งเป็นผลจากการประชุมระหว่าง นักทำแผนที่และนัก Geoinformatic มองเห็นความจำเป็นที่สองวิชาต้องเสริมงานซึ่งกันและกัน

รายละเอียดของหลักสูตร ใช้เวลาเรียน 2 ปี เป็นหลักสูตรปริญญาโทโดยเทอมแรกเป็นการปูพื้นความรู้พื้นฐาน เทอมที่สองเป็นเทคโนโลยี interactive map เทอมที่สามเป็นการนำเทคโนโลยี Geoinformatic และ Cartography มาใช้งานจริง และเทอมที่สี่จะเป็นการทำวิทยานิพนธ์ รายละเอียดหาอ่านได้จาก www.carto-tum.de

ถึงตอนนี้แล้ว ที่แนวทางการสอนเป็นแนวทางที่ชุมชนด้านนี้ คิดตรงกัน ก็อยากให้ อาจารย์มหาวิทยาลัยลองปรับปรุงหลักสูตร Geoinformatic ให้ทันสมัยมากขึ้น เพื่อประโยชน์ของลูกศิษย์....

ที่มา
http://www.resgat.net/modules.php?name=News&file=article&sid=146